พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางตรวจเยี่ยมและพบปะทหารกองประจำการ ผลัดที่ ๑/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๙ พ.ค. ๖๙ ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ ๒๕ และ กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๒๓ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามมาตรฐานการฝึก การดูแลกำลังพล และคุณภาพชีวิตของทหารใหม่อย่างใกล้ชิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “ผลผลิตของการฝึกทหารใหม่” ไม่ได้หมายถึงเพียงการฝึกให้เป็นทหารที่ใช้อาวุธเป็นเท่านั้น แต่คือการสร้างคนคุณภาพให้กับประเทศ โดยประกอบด้วย
๑. ร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง และมีวินัย
๒. สามารถใช้อาวุธได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และถูกเป้าหมาย
๓. มีความรู้พื้นฐานด้านวิชาทหารจากการฝึกอย่างเป็นระบบ
๔. มีอุดมการณ์ในการปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
พร้อมย้ำว่า “ทั้งหมดทั้งปวง น้องๆ พลทหาร คือน้องคนเล็กของครอบครัวกองทัพ และต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด”
โดยกองทัพได้กำหนดแนวทางการดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ด้วยสัดส่วนครูฝึก ๑ นาย ดูแลทหารใหม่เพียง ๘ นาย เพื่อให้สามารถดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ได้อย่างทั่วถึง ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุหรือปัญหาสุขภาพระหว่างการฝึก สำหรับประเด็นด้านสุขภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า สิ่งที่หน่วยฝึกให้ความสำคัญอย่างมาก คือการป้องกันภาวะ Heat Stroke หรือโรคลมร้อน ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงการฝึก โดยมีการเตรียมมาตรการเฝ้าระวัง การปฐมพยาบาล และการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการฝึก
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังผลักดันแนวคิด “๔ โอกาส ของทหารกองประจำการ” เพื่อให้การเข้ารับราชการทหารเป็นช่วงเวลาของการพัฒนาตนเอง ได้แก่
๑. โอกาสในการมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง
๒. โอกาสทางการศึกษาและการเพิ่มวุฒิการศึกษา
๓. โอกาสในการเรียนรู้ทักษะอาชีพและประกอบอาชีพในอนาคต
๔. โอกาสในการสร้างวินัย ประสบการณ์ชีวิต และคุณค่าความเป็นพลเมืองที่ดี
“การก้าวเข้ามาเป็นทหาร ถือเป็นโอกาสในการวิ่งผ่านความดี เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เยาวชนไทยจะได้เรียนรู้เรื่องวินัย ความรับผิดชอบ ความเสียสละ และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป”